
เปิดปม หัวหน้าผับกำยำติดโควิดตาย ซ้ำรับเชื้อตอนเป็นเบาหวาน (คลิป)
หน้าแรกTeeNee คลิปเด็ด ข่าว เหตุการณ์ การเมือง เปิดปม หัวหน้าผับกำยำติดโควิดตาย ซ้ำรับเชื้อตอนเป็นเบาหวาน (คลิป)

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 การแถลงมาตรการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 จากศูนย์แถลงข่าวทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นวันนี้ 107 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อสะสม 934 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 70 ราย รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 860 ราย ในจำนวนนี้อาการหนัก 4 ราย เสียชีวิต 4 ราย
สำหรับไทม์ไลน์ของนายนุ ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตรายที่ 4 มีดังนี้
วันที่ 6 มี.ค. มีไข้เล็กน้อย หยุดงานอยู่ที่บ้าน
วันที่ 13 มี.ค. ไข้สูง อาเจียน ระคายคอ เข้าโรงพยาบาล
วันที่ 14 มี.ค. อาการทรุด เข้าห้อง ICU
วันที่ 15 มี.ค. ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
วันที่ 19 มี.ค. ตรวจพบเชื้อโควิด-19
วันที่ 22 มี.ค. อาการทรุด หัวใจหยุดเต้น
วันที่ 23 มี.ค. เสียชีวิต

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่ผับดังกล่าวพบว่า ปิดทำการตามคำสั่งรัฐบาล และจะเปิดบริการในวันที่ 1 เม.ย.63 ซึ่งพนักงานร้านอาหารในอาคารเดียวกับผับ ให้ข้อมูลว่า ผับดังกล่าวปิดไปตั้งแต่ช่วงรัฐบาลสั่งปิด และไม่มีใครมาทำงาน ส่วนกรณีที่มีการ์ดจากผับเสียชีวิตนั้น ทุกคนเพิ่งมาทราบข่าวหลังจากผับปิดบริการแล้ว ทำให้ไม่มีใครกังวลเรื่องเชื้อโรค และพนักงานในร้านก็ไม่ได้ไปตรวจหาเชื้อ

น.ส.ออย ยังเผยอีกว่า ตนคิดว่าการเสียชีวิตของเขาไม่น่าจะเกิดจากโรคเบาหวานที่เป็นโรคประจำตัว เนื่องจากนายนุ เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลมาโดยตลอด และไม่เคยมีอาการอะไร กระทั่งมาติดเชื้อโควิด-19 อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ นายนุ ไม่ได้ไปคลุกคลีกับแหล่งสนามมวย แต่ตนคิดว่าการที่นายนุติดเชื้อเกิดจากการทำงานที่ต้องยืนอยู่หน้าผับ และเจอกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้าผับ ซึ่งอาจมีส่วนที่ทำให้ติดเชื้อ โดยตนทำงานในบริเวณใกล้ ๆ ก็ยอมรับว่ารู้สึกกังวล และอยากให้ภาครัฐเข้ามาฉีดยาฆ่าเชื้อในทุก ๆ ที่ ซึ่งขณะนี้แม้แต่เดินผ่านผับที่นายนุทำงาน ตนก็ยังรู้สึกระแวง เนื่องจากตนไม่รู้ได้ว่าใครติดเชื้อบ้าง และคนส่วนมากก็ไม่ค่อยไปตรวจหาเชื้อเพราะมีค่าใช้จ่ายสูง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าซอยสุขุมวิท 11 บรรยากาศค่อนข้างเงียบมาก แทบจะไม่มีคนสัญจรเลยหลังมีเชื้อระบาด จากที่เมื่อก่อนเคยมีคนพลุกพล่าน
ทีมข่าวได้พบกับ นายสงกรานต์ วงค์ยศ อายุ 57 ปี วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าผับช่วงกลางคืน เปิดเผยว่า ตนเจอนายนุ ผู้เสียชีวิตทุกวัน เนื่องจากทำงานเป็นหัวหน้าการ์ดของผับ ส่วนตนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์รับส่งนักท่องเที่ยวที่ออกจากผับ ทำให้พบปะและได้พูดคุยกับนายนุเป็นประจำ กระทั่งต้นเดือน มี.ค.63 นายนุไม่มาทำงาน ซึ่งช่วงนั้นตนก็ยังไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน แต่ผับก็ยังเปิดอยู่ ไม่ได้ปิดบริการ เพิ่งมาปิดช่วงที่รัฐบาลมีมาตรการสั่งปิดสถานบันเทิง ซึ่งตนมารู้ว่านายนุติดโควิดช่วงที่เป็นข่าวว่าเขาเสียชีวิต

ทั้งนี้ตนคิดว่านายนุ น่าจะติดจากนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก เพราะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาใช้บริการ และในแต่ละวันจะมีมีนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการวันละประมาณ 300 คน ซึ่งนายนุ จะมีการทักทายแบบชาวตะวันตก เช่น การจับมือทักทาย การกอด และการใช้แก้มชนแก้มกับนักท่องเที่ยว และตนคิดว่าการติดเชื้อของนายนุ น่าจะเกิดจากการสัมผัสร่างกายกับนักท่องเที่ยว ซี่งรู้สึกเสียใจที่นายนุเสียชีวิต เพราะเคยเห็นหน้าเขามาตลอด
นายสงกรานต์ กล่าวต่อว่า ช่วงที่เชื้อโควิดระบาดนักท่องเที่ยวก็ลดน้อยลง ซึ่งผับดังกล่าวเพิ่งมาปิดช่วงที่รัฐบาลสั่งปิด ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าทางผับจะมีการทำความสะอาดหรือไม่ แต่ช่วงที่ผับยังไม่ปิดตนก็เห็นทางผับมีมาตรการป้องกันโดยการตรวจอุณหภูมินักท่องเที่ยว และให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ก่อนเข้าผับ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าโรคนี้ค่อนข้างอันตราย และต้องสวมหน้ากากอนามัยใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เพราะตนต้องรับลูกค้าชาวต่างชาติเป็นประจำ แต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวหายไปนั้นรายได้ตนลดลงน้อยมาก จากวันละ 700 บาท ตอนนี้มีรายได้แค่ 50-60 บาท เท่านั้น

vvvvvv
vvvv
vv
v
" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































