
แม่ชมพู่หวังหลักฐานใหม่ถ้าเจอผม-ขนในศพจะมัดฆาตกร ถ้าจริง ลุงพล รอด (คลิป)
หน้าแรกTeeNee คลิปเด็ด ข่าว เหตุการณ์ การเมือง แม่ชมพู่หวังหลักฐานใหม่ถ้าเจอผม-ขนในศพจะมัดฆาตกร ถ้าจริง ลุงพล รอด (คลิป)

จากกรณีน้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพักพัก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 จนไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. กระทั่งผลชันสูตรจาก รพ.ตำรวจ พบบาดเเผลที่อวัยวะเพศ ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอแฝง นอกจากนี้ยังมีหมอธรรมและพระป่าออกมาทำนายจุดซ่อนเสื้อ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ โดยผ่านมา 37 วันแล้วแต่ก็ยังหาไม่พบ
ล่าสุดวันที่ 17 มิ.ย.63 พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) และอดีตคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กล่าวว่า กางเกงน้องชมพู่ที่มีคราบ ตอนต้นพิสูจน์หลักฐานดีใจว่าน่าจะมีดีเอ็นเอคนอื่น แต่เปล่ากลายเป็นสารคัดหลั่งของน้องชมพู่
ตนจึงอยากเรียนให้ทราบว่า คดีนี้ถ้าไม่มีดีเอ็นเอ ไม่มีอะไรพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสาตร์ได้เลยว่า เป็นของใคร ใครมาเกี่ยวข้อง ก็ต้องปิดคดีไว้ก่อน ยังไม่หมดอายุความ
ทั้งนี้มีเส้นผม เส้นขนอยู่เส้นหนึ่ง ซึ่งตรวจว่า เป็นดีเอ็นเอของน้องชมพู่ แต่พิสูจน์หลักฐานต้องการตรวจละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่า เส้นผม เส้นขน ซึ่งเป็นลักษณะที่ไม่น่าจะเป็นของน้องชมพู่ ทั้งที่เป็นดีเอ็นเอเดียวกัน ต้องตรวจดูว่าตรงนี้เป็นของใครกันแน่นายไชย์พล วิภา ลุงน้องชมพู่ พูดถึงกรณีผลตรวจดีเอ็นเอ เส้นผมในที่เกิดเหตุ ระบุว่า
หลังมีข่าวว่าดีเอ็นเอเส้นที่เจอ มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้องชมพู่ แต่ไม่ใช่ของน้องชมพู่ ซึ่งอาจจะหมายถึงญาติทางสายเลือด ซึ่งตนมีความกังวลน้อยลง ส่วนตัวก็ไม่ทราบเป็นดีเอ็นเอของใคร ตนก็ไม่มั่นใจจะเกี่ยวกับญาติพี่น้องหรือไม่ ตนไม่อยากจะคิด เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่วนตัวมั่นใจว่าผลดังกล่าวไม่ใช่เส้นผมของตน เพราะตนไม่ได้เป็นสายเลือดกับน้องชมพู่
เส้นผมของแต่ละคนจะมีดีเอ็นอยู่ ซึ่งสามารถนำไปตรวจพิสูจน์ได้ และในเส้นผมของน้องชมพู่ ก็มีดีเอ็นเอของพ่อแม่ด้วย ซึ่งจะมีส่วนผสมแล้วแต่ตัวบุคคล โดย 70% มาจากพ่อ ส่วนอีก 30% มาจากแม่ แต่จะไม่ตายตัวว่าเป็นของพ่อหรือแม่ 100%
หลังมีข่าวว่าดีเอ็นเอเส้นที่เจอ มีส่วนเกี่ยวข้องกับน้องชมพู่ แต่ไม่ใช่ของน้องชมพู่ ซึ่งอาจจะหมายถึงญาติทางสายเลือด ซึ่งตนมีความกังวลน้อยลง ส่วนตัวก็ไม่ทราบเป็นดีเอ็นเอของใคร ตนก็ไม่มั่นใจจะเกี่ยวกับญาติพี่น้องหรือไม่ ตนไม่อยากจะคิด เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่วนตัวมั่นใจว่าผลดังกล่าวไม่ใช่เส้นผมของตน เพราะตนไม่ได้เป็นสายเลือดกับน้องชมพู่
ส่วนคนที่จะมีโอกาสเส้นผมไปอยู่บนนั้นได้ ตนไม่แน่ใจ ซึ่งตนไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่เก็บเส้นผมจากจุดไหน จึงตอบไม่ได้ว่าจะเกี่ยวกับการตายของหลานสาวหรือไม่ อีกทั้งวันที่เจ้าหน้าที่ไปค้นหา ก็ไม่รู้ว่าเส้นผมที่เก็บไปจะเป็นของคนอื่น ๆ ด้วยหรือไม่
นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม เจ้าของเพจ "คุณหมอสตอรี่" ให้ข้อมูลว่าเส้นผมของแต่ละคนจะมีดีเอ็นอยู่ ซึ่งสามารถนำไปตรวจพิสูจน์ได้ และในเส้นผมของน้องชมพู่ ก็มีดีเอ็นเอของพ่อแม่ด้วย ซึ่งจะมีส่วนผสมแล้วแต่ตัวบุคคล โดย 70% มาจากพ่อ ส่วนอีก 30% มาจากแม่ แต่จะไม่ตายตัวว่าเป็นของพ่อหรือแม่ 100%

ส่วนเส้นผมที่เจอในศพน้องชมพู่ กลับไม่ใช่ของน้อง แต่ตำรวจอ้างว่าเป็นของญาติตามสายเลือดนั้น ในตัวน้องชมพู่จะมีดีเอ็นเอของญาติผสมอยู่ด้วย แต่จะไม่ 100% โดยจะมีเหมือนกันแค่บางส่วนเท่านั้น ตำรวจต้องเทียบข้อมูดีเอ็นเอให้ชัดเจนว่าเป็นของใคร เพราะในที่เกิดเหตุขณะนี้อาจมีการปนเปื้อนของเส้นผมและเส้นขนของผู้ที่ช่วยออกตามหาก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ ญาติ ผู้ต้องสงสัย หรือกระทั่งสุนัขดมกลิ่น
ล่าสุดวันที่ 17 มิ.ย.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางมาที่ ม.2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยที่บ้านน้องชมพู่ ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา
แม่ของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ในวันนี้ยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม เบื้องต้นตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด แต่ตนคิดว่าเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ นอกจากนี้ในช่วงนี้ตนก็ยังไม่ได้ฝันถึงน้องชมพู่ด้วย

ส่วนที่ท่านบอกว่าคนร้ายมากกว่า 1 คน ความคิดส่วนตัวก็เชื่อคำท่านบอก เพราะตนคิดว่าน่าจะมากกว่า 1 คนเช่นกัน เนื่องจากหากเป็นคนคนเดียวกระทำ ไม่น่าจะจัดการ หรือคิดอะไรได้แยบยลขนาดนี้ หรือที่ท่านบอกว่าอาจจะมีเด็กวัยประมาณ 13 ปี ร่วมด้วย ตนคิดว่าทุกอย่างอาจจะเป็นไปได้หมด แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอหลักฐานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะตนก็ไม่สามารถเดาได้เลยว่าคนร้ายเป็นใคร
หากต่อไปนี้จะมีคนมาทำพิธี ตนก็ให้มาได้ หากจะเป็นการช่วยตำรวจหาหลักฐาน แต่ขออย่าทำพิธีที่รบกวนน้อง "ขอว่าอย่าทำพิธีอะไรเกี่ยวกับวิญญาณของน้องเลย แม่สงสารลูก ด้วยความเป็นแม่ แม่ก็ห่วงลูก กลัวว่าลูกจะลำบาก ลูกตายไปแล้วยังจะไปดึงวิญญาณมาอีกเหรอ"
อย่างไรก็ดี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลายอย่างไปตรวจดีเอ็นตนยังคงมีหวังในเรื่องของผลดีเอ็นเอ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ตนหวังทุกครั้ง ส่วนลุงไชย์พลที่ยังตกเป็นผู้ต้องสงสัย และกังวลเรื่องผลดีเอ็นเอ ตนก็ยังยืนยันตามเดิมว่าตำรวจน่าจะสามารถพิจารณาได้ตามหลักฐาน และคิดว่าคงไม่มีแพะแน่นอน เพราะต้องมีหลักฐานต่าง ๆ ร่วมด้วย
นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่ผ่านมา มักมีหมอดู หมอธรรม ร่างทรง โผล่มาที่บ้านเรื่อย ๆ หากพูดตรง ๆ ตนก็ไม่ค่อยเชื่อ เพราะบางอย่างเป็นการรบกวนจิตใจตน "เรื่องหมอดู ร่างทรง ส่วนตัวแม่ แม่ไม่เชื่อ เพราะแม่เชื่อตำรวจ แต่ถ้าอย่างมีพระมาให้กำลังใจแม่ แม่เชื่อ" เหตุที่แม่เลือกเชื่อพระ เพราะพระจะบอกให้ตนปลง เพราะมนุษย์มีเกิดแก่เจ็บตายหากต่อไปนี้จะมีคนมาทำพิธี ตนก็ให้มาได้ หากจะเป็นการช่วยตำรวจหาหลักฐาน แต่ขออย่าทำพิธีที่รบกวนน้อง "ขอว่าอย่าทำพิธีอะไรเกี่ยวกับวิญญาณของน้องเลย แม่สงสารลูก ด้วยความเป็นแม่ แม่ก็ห่วงลูก กลัวว่าลูกจะลำบาก ลูกตายไปแล้วยังจะไปดึงวิญญาณมาอีกเหรอ"

สุดท้ายนี้ตนยังเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือมาตลอด ตนขอเป็นกำลังใจให้ ส่วนโซเชียลฯ ตนก็อ่านคอมเมนต์อยู่ประจำ แต่ตนขอไม่พูดอะไรแล้ว เพราะคนเหล่านั้นอาจจะไม่รู้จักตน แต่ก็เชื่อว่าสักวันหากความจริงปรากฏทุกคนก็คงจะรับรู้เอง
นอกจากนี้ทีมข่าวได้สอบถามนางสาวิตรี ถึงเรื่องดีเอ็นเอ บอกว่า ตนและสามีมีความคิดเห็นเดียวกัน คือ ไม่สามารถคาดเดาเรื่องผลดีเอ็นเอได้ โดยหากผลออกมาจะปรากฏเป็นคนใกล้ตัว ตนไม่สามารถเดาได้ว่าเป็นใคร หากบางทีพูดไปอาจจะส่งผลไม่ดีต่อใคร ตนจึงขอให้เป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนก็ยังคาดวหวังกับการทำงานของตำรวจ และคาดหวังในผลดีเอ็นเอ หวังว่าหากผลออกมาจะสามารถจับคนร้ายได้
ชมคลิป
VVVVVV
V
V
VV
V
VV
V
VV
VV
VVV
" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































