ถอดบทเรียนความรุนแรงที่พม่า ต้องไม่เกิดที่เมืองไทย!


ถอดบทเรียนความรุนแรงที่พม่า ต้องไม่เกิดที่เมืองไทย!

"ผศ.วันวิชิต" ถอดบทเรียนความรุนแรงที่พม่า ต้องไม่เกิดที่เมืองไทย! ลั่นรัฐไทยอยู่ในภาวะกระอักกระอ่วน

รายการเรื่องลับมาก ออกอากาศทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 14.50 - 15.40 น. ทางเนชั่น ทีวี ช่อง 22 วันนี้ (23 มี.ค.) "ดร.เสรี วงษ์มณฑา" สัมภาษณ์ "ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง" อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เกี่ยวกับการชุมนุมที่พม่า ที่บางส่วนนำมาเชื่อมโยงกับการชุมนุมที่เมืองไทย

มองความรุนแรงที่เกิดที่พม่าเป็นยังไง
"ต้องยอมรับว่าสะเทือนใจ แม้กระทั่งรัฐบาลพม่าชุดปัจจุบันพยายามควบคุมกลไกล สัญญาณอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่สามารถปิดสายตาที่เล็ดลอดออกไปได้ ยิ่งการก่ออาชญากรรมโดยรัฐ ยิ่งยุคสมัยใหม่ไม่ควรเกิดภาพแบบนี้ เราคิดว่าเป็นโลกที่สามนะ ที่จะปิดหูปิดตาใครได้ทั้งหมด และทำอะไรใครก็ได้ นี่คือความสะเทือนใจ และสิ่งสำคัญที่สุดมันเป็นความยากลำบากในฐานะประเทศเพื่อนบ้านอย่างเรา ไม่ว่าเราจะออกท่าที ทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ย่อมมีผลกระทบขึ้นมาทันที"

เราเห็นภาพที่ปรากฎมีคนตายเกลื่อนถนนเลยทีเดียว เรื่องการตายแบบนี้ ประจานไปทั่วโลก จะทำให้ผู้บริหารพม่าตอนนี้โดนต่อต้านจากชาวโลกมั้ย

"อาจเริ่มทวีความเข้มข้นหรือมีมาตรการจัดการต่อคณะรัฐประหารชุดนี้รายวัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่าเขาไม่แยแสนะ ถามว่าเขาทราบมั้ยว่ามีการบอยคอต คว่ำบาตร ไม่อนุญาตให้เข้าประเทศโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจต่างๆ ผมว่าเขาทราบ เขามีความมั่นใจพอสมควร ต้องไม่ลืมว่ารัฐประหารตั้งแต่ 1 ก.พ. นี่ 50 กว่าวัน ยังไม่สามารถดำเนินการหรือประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างจริงจังได้ ปวดเศียรเวียนเกล้ากับการปราบผู้ชุมนุมที่ลุกฮือไปทั่วประเทศ แล้วไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สิ่งที่คณะรัฐประหารชุดนี้วิตกที่สุดคือการที่กลุ่มชาติพันธ์ กลุ่มติดอาวุธต่างๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ที่เขาสามัคคีชุมนุม เขารวมทีมกันในการรุมสหบาทาต่อกองกำลังติดอาวุธรัฐบาลพม่าชุดนี้ การลุกฮือของประชาชนทั่วประเทศตอบโจทย์อย่างนึงว่าการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. เป็นการเดินเกมผิด"

ข่าวออกมาว่าเหล่าบรรดาทหารเริ่มปล้นสดมชาวบ้าน จริงมั้ย
"จริง เห็นไปทุบตู้เบียร์ อาหาร ต้องเข้าใจว่ามันเกิดการคว่ำบาตรทางสังคม พ่อค้าประชาชนหรือคนประกอบอาชีพสุจริต ไม่คบค้าสมาคมต่อบรรดาทหารต่างๆ ที่เขามารักษาความปลอดภัยหรือกระชับพื้นที่ก็ตาม เริ่มโดดเดี่ยว ปล้นสดม และคลิปที่แอบถ่าย เป็นประจักษ์หลักฐานชั้นดี เท่ากับฟ้องประจาน ว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่อยู่ในกติกาใดๆ"

ฆ่าราษฎรที่มาชุมนุม จับคนต่อต้านไปขัง ปล้นสดมชาวบ้าน อันนี้ไม่เกิดในประเทศไทยใช่มั้ย

"ยากมาก หลายคนพยายามเชื่อมโยง แต่กรณีพม่าเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ เป็นอาเซียนสปริงค์ ซึ่งยากมาก บริบทต่างกัน ต้องเข้าใจว่ากรณีพม่าเขามีประวัติการต่อสู้กับเผด็จการอย่างต่อเนื่อง และยาวนาน แม้ถูกกดทับอะไรก็ตาม ขณะเดียวกันองคาพยพ ทุกส่วนในสังคม คว่ำบาตรและแอนตี้กลุ่มรัฐประหารทั้งหมด หมอ พยาบาล ดารา นักแสดง ไม่เห็นด้วย เขาไม่ได้สนใจความปลอดภัย เขาบอกว่าถ้าไม่ทำตอนนี้ ไม่มีโอกาสปลดล็อกในวันนี้ อนาคตประเทศจะเป็นยังไง ซึ่งตรงข้ามกับบางประเทศ""



การที่อองซานซูจีเป็นลูกสาวของคนที่เคยถูกสังหาร มีแต้มต่อ
"พูดง่ายๆ ว่าอองซานซูจี ได้สร้างคุณูปกรณ์ให้คนพม่าเรียนรู้ที่จะยอมรับความเป็นประชาธิปไตย เป็นไพ่สิ่งเดียวที่คณะทหารที่เหลืออยู่ ต้องรับรองความปลอดภัยของอองซานซูจี แม้จะมีคดีความกล่าวหาว่ารับสินบน 16 ล้าน ให้นักธุรกิจอัดคลิปสารภาพความผิดบาปของตัวเอง ต่อให้ทำอีกกี่สิบคลิปเชื่อมั้ยประชาชนไม่มีวันเชื่อ และเขาเชื่อว่าเป็นการจัดฉาก กล่าวหา เพื่อเพิ่มข้อหา เพิ่มบทลงโทษให้รุนแรง กักขังตัวเองให้นานมากขึ้น ความรุนแรงในการชุมนุมก็ยังดำเนินต่อไป"

คนไม่เข้าข้างคนทำรัฐประหารแน่นอน
"ก็ต้องเข้าใจว่าคณะรัฐประหารพม่าที่กำลังปกครองตอนนี้ กำลังสร้างพันธมิตรใหม่ กองกำลังติดอาวุธยะไข่ ซึ่งแต่เดิมไม่เคยใยดีเลย พยายามเป็นพันธมิตร เพื่อเอาไปเป็นแนวร่วมไปยันกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เท่ากับเขาหมดไพ่ที่จะเล่น และมิน อ่อง หล่ายเข้ามาปกครองพม่า ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุด 10 ปี ตามระบบกฎหมายรัฐธรรมนูญพม่า ท่านจะเกษียณอายุสิงหาคมปีนี้ เท่ากับการรัฐประหาร เป็นการเปลี่ยนผ่านเพื่อหาทายาทคนใหม่ในภาวะที่รู้สึกว่าผลประโยชน์กองทัพถูกริดรอน โดยเฉพาะการเลือกตั้งเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา แทบบอกได้ว่า ต่อไปนี้กองทัพพม่าจะไม่มีเวที หรืออำนาจบทบาททางการเมืองเล่นเหลืออีกเลย การทำรัฐประหาร และบอกว่าจะจัดการให้เรียบร้อยใน 1 ปี เป็นการเซ็ตซีโร่ รีสตาร์ทวิธีคิดระบบหลักประกันความมั่นคง ความปลอดภัย หลังตนเองลงจากอำนาจ และสร้างอำนาจต่อรองขึ้นมาใหม่ในกองทัพด้วยกัน แล้ววางทายาทมาดำรงตำแหน่งแทนตัวเอง"

สหรัฐ จีน รัสเซีย ยังไง
"บทบาทต่างกัน สหรัฐเพิ่มระดับความเข้มข้นต่อการคว่ำบาตร ประณามออกมาแทบจะรายวันมาหลายวันแล้ว ขณะเดียวกัน ต้องเข้าใจว่าพี่เบิ้มอย่างจีนหรือรัสเซีย ความสัมพันธ์และการบริหารความสัมพันธ์โดยเฉพาะกองทัพพม่า อยู่ในระดับชั้นดีมาก ผลประโยชน์ต่างๆ จีนลงทุนไว้ในพม่าสูงมาก มีมูลค่าเยอะมาก โดยเฉพาะการวางท่อแก๊สพลังงานที่เชื่อมตรงไปยังฐานชายแดนจีน เขาไม่วางเฉยแน่นอน และไม่ปล่อยให้อำนาจตะวันตกเข้ามาแทรกแซง ยิ่งไปกดดันพม่า เขาพยายามถอยออกห่างมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนที่เขาเหลืออยู่จะเหลือใคร การพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ตอนแรกจะเห็นว่าอินโดนีเซียฮึ่มฮั่มขึงขังเลย จะชวนหารือประชุมลับพิเศษ อินโดนีเซีย มาเลเซีย จะหารือยังไงกับพม่า เพราะมีประเด็นโรฮิงญา ที่เขาไม่สบายใจ แต่ขณะเดียวกัน ไทยอยู่ในภาวะกระอักกระอ่วน ถ้าเราไปเข้าข้างหรือเห็นใจต่อประชาชนที่ถูกใช้ความรุนแรง ก็จะมีผลไม่น้อยกับคนที่ลี้อพยพมาตามบริเวณชายแดน แต่ถ้าสนับสนุนรัฐบาลผู้ปกครองประเทศชั่วคราว ก็จะกลายเป็นสนับสนุนเผด็จการ เราต้องอยู่นิ่งๆ ให้มากที่สุด"

มองการชุมนุมวันที่ 20 มี.ค. ยังไง
"ไม่คิดว่าจะเลยเถิดขนาดนี้ เหตุการณ์ก็ควรจะจบแล้ว ตั้งแต่ตำรวจยึดพื้นที่ ราวๆ 20.50 นาที แต่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนไม่ยอมกลับ จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ และไปยุ่งกับการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทรนเนอร์ ถามว่ามาตรการการกระชับพื้นที่ หรือให้ผู้ชุมนุมสลาย หรือถอย เขาประกาศเป็นระยะ สิ่งสำคัญผมรู้สึกว่าฝ่ายความมั่นคงใช้ความรุนแรงไปหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าความรุนแรงที่กลุ่มผู้ชุมนุมแสดงออก เช่นการเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ถามใครก็ได้

โดยไม่มีอคติถามว่าเหมาะสมมั้ย แค่เผากระดาษไปโยนหน้าบ้านคนอื่นมันผิดแน่นอน มันวางเพลิง นี่คือพระบรมฉายาลักษณ์ จะบอกว่าตั้งข้อหาด้วยความรุนแรง ผมว่ามันไม่ใช่นะ มันเป็นสิ่งที่สมควรกระทำอย่างยิ่ง แล้วไปมองเรื่องปริมาณการใช้กระสุนยาง ความรุนแรงแบบนั้น และการใช้โฆษณาไอโอ ตำหนิการทำงานเจ้าหน้าที่ตร. ซึ่งของเราละมุนละม่อมมาก"

เขาประกาศทุกอย่างเลยนะ ตกลงรุนแรงหรือทำตามขั้นตอน
"ผมคิดว่าเขาทำตามขั้นตอนแล้ว ถ้าจะเปรียบเทียบ ลองไปดูประเทศที่เจริญแล้วเขาจัดการม็อบ ประเทศเขาหวดก่อนนะ อย่าเกาหลีรถควบคุม รถกระจายเสียงที่เปิดลำโพงเสียงดัง หน่วยแนวหน้าเจ้าหน้าที่ตร. เขาหวดก่อนเลย ให้เว้นช่วงและไม่เผชิญหน้ากันไปมากกว่านี้ มาคุยกันทีหลัง รับข้อเรียกร้องกันไป ต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมการชุมนุมบ้านเรา เราไม่ได้เรียนรู้จากประเทศอื่นๆ"

ถอดบทเรียนความรุนแรงที่พม่า ต้องไม่เกิดที่เมืองไทย!


เรียกว่าชุมนุมอย่างมีเสรีภาพ มีสันติ มีขอบเขตได้อยู่มั้ย
"เสรีภาพบางทีไม่ต้องไปละเมิดความรู้สึก กระทบจิตใจผู้อื่น ขณะเดียวกัน มีใครได้ถามมั้ยเจ้าหน้าที่ตร.ได้รับผลกระทบและบาดเจ็บกี่ราย บางคนสะใจเหมือนภาพถูกเหยียบหน้า ผมว่าคนเป็นฝ่ายเจ้าหน้าที่เขาหดหู่นะ ปัญหาความยั่วยุ ประสานงานตลอดให้ผู้ชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง อย่ารุกล้ำมา ผมคิดว่าต้องยอมรับว่าตร.เองการให้ข่าว หรือสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง รู้สึกจะน้อยไปหน่อย"

ถ้าดูตามข่าว ความรุนแรงเริ่มจากการปราบปรามของตร. หรือการทำผิดกฎหมายของผู้ชุมนุม
"เอาจริงๆ ผู้ชุมนุม ไม่ใช่อยู่ดีๆ ตร.จะไปตีหัวใครก่อน มันไม่อยู่ในสิ่งที่เจรจากัน รู้อยู่แล้วพื้นที่ตรงนี้ห้ามรุกล้ำ การแสดงสัญลักษณ์อะไรออกไป ในกลุ่มผุ้ชุมนุม เขาก็มีไม่น้อยที่ยุติ แต่มีพวกฮาร์ดคอร์ ไม่ยอม มาทั้งทีควรได้อะไรมากกว่านี้ หรือเพื่อให้เห็นว่ารัฐไม่ชอบธรรมต่อผู้ชุมนุม แน่นอนเขาได้ความเข้าใจเฉพาะกลุ่มเขา แต่คนมองกลางๆ ด้วยตัวเลขหรือเนื้อหาที่เขาไม่ปรับวิธีการเคลื่อนไหวในการต่อสู้เลย ตัวเลขมันลดลงจริงๆ หลายคนบอกไม่ลดหรอก ดูสิบนโซเชียล มันเยอะใช่ แต่ไม่รู้เป็นอวตาร อุปโลกน์มาหลอกด่าฝ่ายเดียวกันหรือเปล่า"

แต่ผบ.ตร. ท่านออกมากล่าวคำขอโทษผู้ชุมนุม ที่ตร.ทำรุนแรง มองเรื่องนี้ยังไง
"ผมคิดว่าผบ.ตร.ไม่ได้แยกแยะ ขอโทษได้ แต่มูลเหตุมาจากอะไร ผมว่าท่านอ่อนไหวนะ เพราะมีสื่อมวลชนบางสำนักถูกลูกหลงจากการใช้ความรุนแรง ผมเข้าใจว่าท่านอาจกลัวทัวร์ลง หรือมิตรรักแฟนเพลงของสื่อจะผนึกมือ และตำหนิโจมตีการทำงาน ถ้าท่านชี้แจงว่าจะจัดทีมงานไปแสดงความรู้สึกขอโทษ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ ผมว่าควรทำตั้งแต่ที่ท่านพูดไว้แล้ว เหมือนรองผบ.นครบาลบอกว่าจัดตร.ส่วนหนึ่งไปแสดงความเสียใจหรือขอโทษ ส่วนถามว่ารุนแรงมั้ยให้ลองไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นสิครับ เราละมุนละม่อมมากแล้ว"

ความคิดเห็นส่วนตัว ไม่เห็นด้วยที่ผบ.ตร. ขอโทษเพราะใช้ความรุนแรง เพราะมองว่าไม่ได้ทำรุนแรง ทำไมสื่อมวลชนคนนั้นถึงโดนกระสุนยาง
"ผมว่าความที่เขาต้องการจะเก็บภาพ การอยู่กับผู้ชุมนุมน่าจะเห็นภาพได้ดีกว่า การไปแฝงตัวหรือเก็บเกี่ยวอาจได้หนึ่งบทสัมภาษณ์หรือภาพสวยๆ แน่นอนมันสุ่มเสี่ยงเป็นเรื่องอุดมคตินักข่าวรุ่นใหม่ๆ นักข่าวภาคสนามในภาคตะวันตก เวลาไปอยู่สังเกตการณ์ ต้องเอาให้ลึก เห็นภาพ ฮาร์ดคอร์สุดๆ ด้วยอารมณ์แบบนี้อยากได้ภาพที่ดี แต่เขาลืมว่าบางทีส่วนหนึ่งตัวสุ่มเสี่ยงจะไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นด้วย"

ด้านสมาคมสื่อตำหนิการทำงานตร.ทันที
"ผบ.ตร. ควรใช้เทคนิคแบบราชการในไทย ขอตั้งกรรมการสอบสวนก่อน บางทีต้องดูว่าปลอกแขนสัญลักษณ์ป้ายห้อยคอ ได้ระบุชัดมั้ยเป็นสื่้อมวลชน หรือมีคลิปเจ้าหน้าที่ตร.เตือนแล้วให้ออกมาหรือเปล่า"

ทวิตเตอร์กระหน่ำ แต่เฟซบุ๊กเอามาครบ คนที่อยู่ฝั่งโน้น ยังยืนยันว่านี่คือการชุมนุมโดยสันติ รัฐบาลรุนแรงกว่าเหตุ อยากบอกยังไง
"อยากให้เปิดใจให้กว้างและกลั่นกรอง ถ้าเสพข่าวไปแล้วขยายความแตกร้าวในครอบครัว สังคม เพื่อน เกิดจากสาเหตุอะไร การแตกแยกทางการเมืองมีได้ ความคิดเห็นแตกต่างมีได้ แต่ต้องไม่ล้ำเส้นไปถึงกาลเทศะ สถาบันก็เหมือนร่มโพธ์ร่มไทร ที่คนมองว่าต้นโพธิ์แห่งนี้ไม่เคยปฏิเสธนกกา มาอาศัย งูเงี้ยวก็มาได้หมด หรือต้นโพธิ์ต้นไทรเป็นที่วางศาลเก่าแก่ ต้นโพธิ์ก็อยู่นิ่งอย่างมั่นคง บางคนเคารพ เอาผ้าสีมาพันต้นโพธิ์ กราบไหว้ ให้ร่มเงา ให้ความรู้สึกสบายใจ บางคนบอกไม่มีประโยชน์ อยากฟันทิ้ง แต่หลายคนบอกว่ายังมีประโยชน์ เพราะไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ร่มโพธิ์ร่มไทรมันมีจริง ผมคิดว่าวันนึงถ้าหลายคนตั้งสติได้ว่ากาลเทศะและการอยู่ร่วมกันเป็นเอภาพ เป็นสันติแบบไทยๆ มันเป็นแบบนี้ และจะเป็นแบบนี้ตลอดไป"

ถอดบทเรียนความรุนแรงที่พม่า ต้องไม่เกิดที่เมืองไทย!


ทำไมผู้ชุมนุมต้องรุนแรงขึ้นทุกครั้ง
"คิดว่าหมุดทางความคิดที่ถูกฝัง ปิดพื้่นที่เสพข้อมูลความรู้ เขาอยู่ในโลกช่องทางเดียว นักวิชาการก็ดี พื้นที่แหล่งข่าวที่ให้ความรู้ ก็ทำให้เขาหันไปและกู่ไม่กลับ"

ปิยบุตรมีหลายข้อความ ค่อนข้างเป็นปฏิปักษ์กับสถาบัน เป็นหนึ่งในหมุดที่เด็กๆ ได้รับหรือเปล่า

"ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากส่วนนี้ด้วย ความคิดปฏิปักษ์ในวัยเด็กเหมือนผ้าขาว ถ้าได้ข้อมูลในเชิงลบมาก่อน ความรู้สึกก้าวร้าวรุนแรง ว่าทำไมทุกอย่างถูกปฏิบัติแบบนี้ เขาก็จะแสดงออกด้วยภาวะอารมณ์ วุฒิภาวะที่ไม่สามารถกลั่นกรองได้พอสมควร"

การใช้มาตรา 112 ตกลงใช้จำกัดเฉพาะคนอายุเกิน 20 เหรอ
"มาตรา 112 เป็นเรื่องการสร้างสมดุลให้บริบทสังคมไทย เป็นที่รับทราบ สถาบันท่านไม่มีปากเสียงออกมาฟ้องให้ตัวเอง มาตรา 112 เป๊นการสร้างสมดุล การกระทำบางอย่างมันเกินเลยเกินขอบเขตนะ นี่ประมุขของชาติ จุดศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งชาติ ทำไมไม่ชอบ คนไทยกลมเกลียว สามัคคีกัน ไม่เกลียดชังกัน ผมว่ามันดีเสียกว่า ผมว่าคนตั้งคำถามนำไปสู่ความเกลียดชังแตกแยก ผมว่ามันใช้ไม่ได้"

ที่คนขอนแก่นผู้ภักดี เขาตำหนิคุณปิยบุตร ว่าปล่อยให้เกิดความแตกแยกในสังคม เขาพูดไม่ผิดใช่มั้ย

"เป็นสิ่งที่กระทำได้ ต่างกรรมต่างวาระ ตัวอ.ปิยบุตรเอง เมื่อก่อนอาจรู้สึกคมคาย ท้าทาย แหลมคม แต่ตอนนี้ไม่อาจตีความอย่างอื่นได้ว่า ท่านต้องการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันอย่างตรงไปตรงมา"

มีคนเรียกร้องเมื่อไหร่รัฐบาลจะจัดการปิยบุตร สิ่งที่เขาทำมันจัดการไม่ได้เหรอ
"ผมคิดว่าความสำคัญที่สุดอยู่ที่ประชาชน ถ้าประชนหนักแน่นและสามารถแยกแยะ เราก็เห็นได้ชัดว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มแยกแยะ มันก็เห็นคำตอบเป็นผลลัพธ์เรื่องจำนวนการชุมนุม สิ่งที่เกิดขึ้น หรือข้อหาต่างๆ ของผู้กระทำผิด มักจะเกี่ยวข้องในลักษณะอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ถอดบทเรียนความรุนแรงที่พม่า ต้องไม่เกิดที่เมืองไทย!


ถอดบทเรียนความรุนแรงที่พม่า ต้องไม่เกิดที่เมืองไทย!

ชมคลิป
VVV
V
VV
V
VV
VV
VV
VVVVV


++++
เครดิตแหล่งข้อมูล : รายการ เรื่องลับมาก


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
คุณ : fukk
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 124.122.83.91

124.122.83.91,,ppp-124-122-83-91.revip2.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
แม่**งสลิ่มชิบหาย พอๆกับอีปองกับกนกเลยว่ะ


[ วันอังคาร ที่ 23 มีนาคม 2564 เวลา 21:41 น. ]
คุณ : นาฟิกาใครหนอ
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 125.24.163.25

125.24.163.25,,node-w7t.pool-125-24.dynamic.totinternet.net ความคิดเห็นที่ 3 [อ้างอิง]
ทหารเลว


[ วันอังคาร ที่ 6 เมษายน 2564 เวลา 14:13 น. ]
ตามข่าวteenee.com จาก LineToday เข้าไปคลิ๊กกดติดตามได้เลย
กระทู้เด็ดน่าแชร์